วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555


วิธีเลือกกรงสำหรับนกน้อยแสนรัก


กรงนกเป็นอุปกรณ์การเลี้ยงนกที่สำคัญใน ลำดับแรกที่ จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนที่จะนำนกกลับบ้าน ผู้เลี้ยงนกบางคนมีความรู้สึกที่ไม่ดีกับคำว่ากรง เพราะคำว่ากรงมักจะทำให้นึกไปถึงการถูกจองจำและกักขัง แต่สำหรับนกที่ถูกเลี้ยงให้เกิดและเติบโตกับมนุษย์แล้ว นกจะคุ้นเคยกับกรงและเห็นกรงมาพร้อมกับการเจริญเติบโตเลยทีเดียว ดังนั้นกรงสำหรับนกเลี้ยงจึงเปรียบเสมือนที่พักผ่อน ที่หลับนอนและที่หลบภัยซึ่งเทียบได้กับห้องหับส่วนตัว ห้องที่มนุษย์ทุกคนพึงมี นกส่วนใหญ่พึงใจที่จะกลับเข้านอนในกรงเมื่อถึงเวลานอน พึงใจที่จะกินอาหารในกรง และยืนยันที่จะไม่ออกจากกรงหากนกมีความรู้สึกว่านอกกรงนั้นไม่ปลอดภัย และแม้ในยามที่ผู้เลี้ยงนกไม่สามารดูแลนกได้ เช่น ยามหุงหาอาหาร  ทำความสะอาดบ้านหรือทำกิจกรรมใดๆที่อาจเป็นอันตรายต่อนก ในกรงก็จะเป็นที่ทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนก ดังนั้นการเลือกซื้อและเตรียมกรงที่เหมาะสม รวมถึงการเลือกขนาดของกรงให้ได้ความกว้างพอถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพื่อนกจะได้ใช้ชีวิตในกรงอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน
ขนาดของกรงสำหรับนกนั้นไม่มีคำว่าใหญ่เกินไปเพราะกรงยิ่งใหญ่มากยิ่งดีมาก แต่ทั้งนี้ซี่กรงจะต้องมีระยะความถี่ที่เหมาะสมพอที่นกแต่ละขนาดจะไม่สามารถ มุดหัวลอดออกมา เป็นเหตุให้เกิดอันตรายกับนกก็เป็นอันใช้ได้ในขั้นต้น จากนั้นลองมาศึกษาถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ควรคำนึงถึงในการเลือกกรงที่ดีให้นกดังนี้
การเลือกกรงสำหรับนกในบ้าน
ไม่ว่านกจะมีขนาดใหญ่ กลางหรือเล็ก เราควรเลือกกรงที่มีขนาดกว้างพอที่นกจะกางปีกได้อย่างเต็มที่ อย่างน้อยที่สุดกรงควรกว้างกว่า 2 เท่าของขนาดความกว้างของปีกนกที่กางเต็มที่แล้ว ภายในกรงควรมีเนื้อที่เพียงพอสำหรับแขวนถ้วยอาหาร น้ำ ผักผลไม้ อาหารเสริมและอื่น ๆ ที่จำเป็นรวมถึงมีที่แขวนของเล่นสัก 2-3 ชิ้น โดยที่หลังจากจัดของที่จำเป็นเข้าที่แล้วนกยังมีที่ทางเหลือในการหมุนกลับ ขยับตัว วิธีการเลือกกรงนกกระโดด ไปมาได้โดยไม่อึดอัด ไม่มีอวัยวะส่วนใดของตัวนกชนกระแทกกับข้าวของข้างในกรง หางของนกไม่ปัดป่ายชนผนังกรงด้านใดด้านหนึ่ง และหากในกรงเดียวกันนั้นจำจะเป็นต้องเลี้ยงนกมากกว่า 1 ตัวเนื้อที่กรงก็ควรจะกว้างมากขึ้นไปอีก คือต้องหาซื้อกรงที่ให้มีพื้นที่กว้างมากขึ้นและมากขึ้นตามจำนวนนก
กรงที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะเป็นกรงที่เหมาะสมเ พราะนอกจากนกจะได้ใช้เนื้อที่ภายในกรงมากที่สุดแล้ว กรงชนิดนี้ยังง่ายต่อการทำความสะอาดอีกด้วย ว่ากันว่านกจะรู้สึกปลอดภัยในกรงเหลี่ยมมากกว่ากรงในรูปทรงอื่น ๆ เนื่องจากกรงจะมีมุมมีด้านในแนวเรียบให้นกได้อิงพักซุกตัว
หลีกเลี่ยงกรงทรงกลม ที่นอกจากจะได้เนื้อที่ใช้สอยในกรงน้อยแล้ว กรงชนิดนี้มักทำให้นกรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะความที่เป็นทรงกลมจึงไม่มีที่ทางให้นกหลบตัวเข้าหามุมได้ในยามที่นก เกิดตกใจกลัว นกที่ถูกเลี้ยงในกรงทรงกลมมักจะยืนเกาะคอนนิ่งอยู่เฉพาะตรงกลางกรง ด้วยความหวาดกลัวเมื่อพบคนแปลกหน้า
วิธีการเลือกกรงนก
ความสูงและความกว้างของกรง
นกแต่ละชนิดมีลักษณะการเคลี่อนตัวที่ต่างกัน นกบางชนิดต้องการกรงที่ทั้งสูงและกว้างเช่นนกประเภท Parakeets นกบางชนิดต้องการกรงที่กว้างและยาวเช่นนก Canaries, Finches
กรงยิ่งกว้างมากเท่าไรก็ยิ่งดีสำหรับนกมากเท่านั้นโดยเฉพาะนกที่ต้องใช้ ชีวิต อยู่ในกรงเป็นเวลาหลายชั่วโมงในระหว่างวันที่เจ้าของนกไม่อยู่ หรือในวันที่ไม่สามารถนำนกออกมาเล่นด้วยได้
กรงบางชนิดติดตั้งคอนและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆเพื่อเป็นที่เล่นสำหรับนกอยู่บน หลังคากรงที่เรียกว่า Play Top หรือ Play Area ซึ่งมักจะได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงนกบางท่าน แต่สำหรับกรงชนิดนี้อาจมีความยุ่งยากในเรื่องการทำความสะอาด นอกจากนี้การออกแบบกรงที่มี Play Area อยู่ด้านบนมักจะเป็นผลทำให้เนื้อที่ใช้สอยภายในกรงลดน้อยลง เพราะผู้ผลิตจะต้องย่อพื้นที่ในส่วนของความสูงให้ต่ำลงเพื่อติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ด้านบนของกรงนั่นเอง หากเป็นไปได้จะดีกว่ามากถ้าจะหาซื้อ PlayGym แยกต่างหากให้นก
ขนาดของกรงที่เหมาะสมสำหรับนกขนาดใหญ่ เช่น Macaw, Cockatooควรมีความกว้าง 3-4 ฟุต ความยาว 2 ฟุต  ความสูง 4-5 ฟุต
นกขนาดกลาง เช่น African grey, Amazon, Lory หรือนกจำพวก Parrot ต่าง ๆ ขนาดกรงที่เหมาะสมอย่างน้อย ความกว้าง 44 นิ้ว ความยาว 24 นิ้ว ความสูง 36 นิ้ว
นกขนาดเล็ก เช่น Conure, Quaker, Poicephalus parrot หรือนกคู่ Lovebirds, Cockatiels ขนาดกรงที่เหมาะสมอย่างน้อย ความกว้าง 20 นิ้ว ความยาว 20 นิ้ว ความสูง 28 นิ้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก www.trangpets.comภาพจาก www.cookietalkie.com

สิ่งต้องห้ามสำหรับการเลี้ยงกระต่าย และหนูแกสบี้


1. กระต่ายและหนูแกสบี้เป็นสัตว์กินพืช ผัก ผลไม้ ไม่ควรให้กินขนมขบเคี้ยว ลูกอม เนื้อสัตว์ ของหมักดอง เพราะระบบย่อยอาหารเขาไม่เหมือนเราอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ
2. ห้ามอาบน้ำตอนกลางคืนเด็ดขาด เวลาจะอาบน้ำให้ดูสภาพอากาศและเวลาเป็นสำคัญนะคะ ทุกครั้งที่อาบน้ำให้ไดร์ขนให้แห้งสนิททั้งตัวค่ะ สำหรับกระต่ายเขาเป็นสัตว์ที่รักษาความสะอาดตัวเองเก่งมากอยู่แล้วหากไม่ เลอะมากไม่ควรอาบให้ล้างแค่ส่วนที่เลอะก็พอเพราะเส้นขน ของกระต่ายนั้นละเอียดแห้งยากมาก อาบน้ำกระต่าย 1 ตัวใช้เวลาเท่ากับอาบน้ำหนูแกสบี้ 5 ตัวเลยทีเดียว แต่สำหรับหนูแกสบี้ใน ฤดูร้อนควรอาบน้ำใช้แชมพูผสมครีมนวดใส่น้ำเปล่าให้เจือจางเยอะ ๆ อาบอาทิตย์ละครั้ง แต่ฤดูฝนหรือหนาวอาบ 2 อาทิตย์ครั้งก็ได้ ถ้าช่วงที่อากาศเย็นมากให้ล้างก้นหรือล้างบริเวณที่เลอะ ตัดขนที่พันก็พอ
3. ห้ามเอาพัดลมจ่อตลอดเวลา หากเห็นว่าร้อนให้เปิดพัดลมหงายหน้าขึ้นและส่ายไปมาเปิดหน้าต่างรับลมกว้าง ๆ ก็พอค่ะ หากนอนห้องแอร์อย่าพากระต่ายเข้า ๆ ออก ๆ ร้อนเย็น ๆ บ่อย ๆ ควรพาเขาเข้าไปในห้องตั้งแต่ยังไม่เปิดแอร์ แล้วเปิดแอร์ให้อากาศในห้องค่อย ๆ ปรับร่างกายเขาจะได้ค่อย ๆ ปรับตาม ควรวางไว้ในตำแหน่ง/ที่ไม่โดนแอร์เป่าโดยตรง มีผ้าคลุมกรงและมีบ้านโพรงไม้ให้ เค้า เข้าไปนอนได้ยิ่งดีจ๊ะ
4. หมั่นดูพยากรณ์อากาศบ้าง เพราะจะได้กันฝนสาดเค้าได้ทันเวลา
5. อย่าเอาเขาไปเที่ยวเล่นนอกบ้านใน เวลาตั้งแต่ 09.00-17.00 น.ในฤดูร้อนไม่ควรมีมีตติ้งในฤดูนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
6. หมั่นตรวจเช็คขวดน้ำทุกวันว่า น้ำไหลหรือรั่วหรือไม่ และล้างขวดน้ำสม่ำเสมอ ห้ามกินน้ำใส่ถ้วยเด็ดขาดนะ การกินน้zเยอะเป็นเรื่องปกติถึงดีมากด้วย ร่างกายเขาจะได้ขับของเสียออกมาเยอะ ๆ
7. ช่วงที่อากาศร้อนตอนกลางวันเขาจะไม่ค่อยกินอาหาร มักจะกินน้ำเยอะไม่ต้องตกใจมาก ให้ใส่อาหารสด ให้เขากินตอนกลางคืนเยอะหน่อยจะได้เก็บพลังงานไว้ใช้ในตอนกลางวัน
8.  วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าหนูไม่สบายหรือเปล่าคือ ปกติเขาเป็นสัตว์กลางคืนจะกินอาหาร ตอนกลางคืนเยอะมาก หากวันไหนตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าอาหารและน้ำไม่ลดหรือลดน้อยมาก ๆ แสดงว่าผิดปกติให้รีบพาไปพบสัตว์แพทย์โดยด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้
9. สถานที่เลี้ยงควรมีแสงสว่างเหมือนธรรมชาติที่สุด กลางวันให้สว่างเขาจะได้นอนพักผ่อน กลางคืนให้มืดเค้าจะได้ออกมากินอาหาร และใช้ชิวิตตามธรรมชาติของเค้า อย่าพยายาม ไปฝืนธรรมชาตินะคะ
10. ในกรงห้ามปูหญ้าหรือขี้เลื่อยหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ให้เค้านอนจะดีที่สุด จ๊ะ เพราะอาจ ทำให้เกิดเชื้อราผิวหนังอักเสบเป็นฝีหนอง เศษฝุ่นเข้าตาหรือเข้าไปอุดตันในอวัยวะเพศ เป็นอันตรายที่บางคนมองข้าม
11. ถ้าไม่จำเป็นอย่าซื้อผักที่ตลาด ควรให้กินหญ้าที่ขึ้นตามธรรมชาติซึ่งทั้งสะอาดประหยัด ปลอดภัย หรือให้ผักปลอดสารพิษ หรือล้างน้ำไหลผ่านเยอะ ๆ
12. แผล ฝี หนองไม่ใช่เรื่องอันตราย เมื่อพบเบื้องต้นให้ใช้น้ำเกลือล้างแผลและใส่ยาเบตาดีน แต่หากพบเป็นฝีก้อนใหญ่ให้รีบพาไปหาสัตวแพทย์ ให้คุณหมอกรีดหนองออกกินยา ไม่นานก็หาย

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก



15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก

         แมวเปอร์เซียนั้นได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมไปทั่วโลก ด้วยความที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องรูปร่าง หน้าตา ที่ชวนให้ใคร ๆ หลงรักได้ง่าย ๆ รวมถึงขนนุ่มสลวยของมัน และที่สำคัญนิสัยร่าเริง และขี้ประจบ ทำให้มัดใจเจ้านายได้อยู่หมัด แต่ในการด้านเลี้ยงดูแล้ว แมวพันธุ์นี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ดังนั้น ผู้เลี้ยงจึงควรเรียนรู้ที่จะดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อให้เจ้าเหมียวอยู่กับเราได้นาน ๆ อย่างมีความสุข... ว่าแล้วก็ไปดูวิธีดูแลแมวเปอร์เซียกันเลย
15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก
 1. หมั่นแปรงขนเป็นประจำ
         จุดเด่นของแมวเปอร์เซียนั้นอยู่ที่ขนนุ่มยาวของมัน ที่ทำให้แมวเปอร์เซียดูสง่าหรูหรามากกว่าพันธุ์ไหน ๆ จนเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมาย เราจึงควรดูแลขนของมันให้ดูนุ่มสลวยอยู่เสมอ ด้วยการใช้หวีแปรงขนให้แมวของคุณ อย่างน้อยวันละ 15 นาที นอกจากนี้ ควรเน้นในจุดที่น้องแมวของคุณไม่สามารถเอื้อมไปเลียขนไม่ถึง เป็นพิเศษด้วย เช่น ที่คอ ขา และหาง

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก
 2. อย่าปล่อยให้แมวอ้วนจนเกินไป
         แม้ว่าแมวอ้วนกลมจะดูน่ารักน่าเอ็นดูก็เถอะ แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้อ้วนจนเกินไป เพราะมันจะไม่ดีกับสุขภาพร่างกายของเจ้าเหมียวแน่ ๆ แต่ถ้าหากเผลอตามใจจน "เสียแมว" ไปแล้วล่ะก็ ยังไม่สายที่คุณจะจับเขามาเข้าคอร์สไดเอทด้วยการเลือกอาหารลดน้ำหนักสำหรับแมวโดยเฉพาะ หรือปรับลดเนื้อสัตว์ เพิ่มผักทีละน้อย และเพิ่มขึ้นในทุก ๆ มื้อจนกว่าเจ้าเหมียวจะคุ้นชิน ซึ่งแรก ๆ สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณอาจจะไม่ปลื้ม และกินอาหารได้น้อยลง แต่นั่นล่ะ คือผลลัพธ์สู่หุ่นสวยสุขภาพดี ดังนั้น จงอย่าใจอ่อนเลยเชียวล่ะ อย่างไรก็ตาม แมวแต่ละตัวอาจมีสภาพร่างกายที่ต่างกัน เพราะฉะนั้น ควรปรึกษาสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิดด้วย
 3. อาบน้ำบ่อย ๆ
         การที่แมวของเรามีเนื้อตัวสกปรก นอกจากจะไม่ดีต่อสุขภาพของมันแล้ว ยังกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคในบ้านอีกด้วย เราจึงควรรักษาความสะอาดของมันอยู่เสมอ ด้วยการอาบน้ำให้แมวอย่างน้อยเดือนละครั้ง ทั้งนี้ หากแมวของคุณออกไปนอกบ้าน หรือมีเหตุให้ต้องคลุกคลีกับสิ่งสกปรกอยู่บ่อย ๆ ก็ควรอาบนำให้บ่อยขึ้น ประมาณอาทิตย์ละครั้ง

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก
 4. ดูแลรอบดวงตาของมันด้วย
         เพราะรูปหน้าที่เชิดรั้นเข้าคู่กับแก้มป่อง ๆ ของแมวเปอร์เซีย ทำให้มันต้องประสบปัญหาจากคราบน้ำตา และขี้ตาที่เกาะติดรอบตาจนยากจะเอาออกอยู่เสมอ การดูแลรอบตาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และละเลยเสียไม่ได้ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลรอบตาแมวโดยเฉพาะมาเช็ดตามรอบตาของมัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกหาซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ ก็สามารถนำกระดาษทิชชู่ชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตามรอบตาของเจ้าเหมียวของคุณได้เช่นกัน

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก
 5. ไม่ควรปล่อยแมวออกไปข้างนอกบ่อยนัก
         แม้แมวส่วนใหญ่จะชอบออกไปผญภัยนอกบ้าน แต่แมวเปอร์เซียนั้นกลับต่างออกไป เพราะขนยาว ๆ ของมันจะทำให้มันรู้สึกอบอ้าวขึ้นมาอีก ถ้าต้องเจอกับสภาพอากาศร้อน ๆ ภายนอก และมันก็ไม่ใช่แมวที่ขยันสำรวจหาสิ่งใหม่ ๆ นัก ยิ่งไปกว่านั้น ขนของมันยังไปเกี่ยวพันกับสิ่งสกปรกได้ง่ายกว่าแมวทั่ว ๆ ไปอีกด้วย มันจึงเหมาะกับการเลี้ยงในบ้านมากกว่า
 6. รับมือกับโรคถุงน้ำที่ไต
         แมวเปอร์เซียประมาณ 36 - 49 % มักจะเป็นโรคถุงน้ำที่ไตซึ่งทำให้มันสูญเสียความสามารถในการกรองสารพิษออกจากร่างกาย โดยจะเริ่มแสดงอาการตั้งแต่ช่วงอายุ 3 - 10 ปี ซึ่งมันจะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด อาเจียน เซื่องซึม และกระหายน้ำมากจนผิดสังเกต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีวิธีรักษาโรคดังกล่าวนี้ให้หายขาด เพราะฉะนั้น หากแมวของคุณมีอาการดังกล่าว ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อปรึกษาหาวิธีดูแล และจัดเรื่องอาหารให้มันอย่างถูกวิธี

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก
   7. อย่าปล่อยให้แมวของคุณขี้เกียจจนเกินไป
         แมวเปอร์เซีย มักมีอุปนิสัยขี้เกียจกว่าแมวทั่วไป และพร้อมจะนอนอยู่เฉย ๆ ได้ทั้งวันโดยไม่รู้จักเบื่อ เราจึงควรหากิจกรรมใหม่ ๆ มาเรียกร้องความสนใจอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้มันใช้ชีวิตเอื่อยเฉื่อยจนตัวอ้วนกลมเกินไป อาจจะหาซื้อของเล่นใหม่ ๆ เช่น ลูกบอล หรือไม้แหย่แมว มาคอยดึงความสนใจของมันก็ได้

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก
 8. ให้อาหารแต่พอเหมาะ
         ควรให้อาหารในจำนวนที่พอดีเพื่อไม่ให้แมวของคุณทานมากจนเกินไป นอกจากนี้ หากแมวของคุณมีอาการผิดปกติหลังกินอาหาร เช่น ท้องเสีย หรืออาเจียน ก็ควรพาไปพบสัตวแพทย์ เพราะมันอาจมีอาการไม่ถูกกับอาหารบางชนิดก็ได้  ฉะนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์ดูให้ดีว่าแมวของคุณเหมาะกับอาหารแบบไหน
 9. รับมือกับปัญหาขนร่วง
         แน่นอนว่าแมวเปอร์เซียที่มีขนยาวเป็นพิเศษนั้น มักมีขนร่วงจำนวนมาก จนยากที่จะคอยดูแลเก็บทิ้งตลอดเวลา บรรดาเจ้าของแมวทั้งหลายจึงเลือกที่จะพยายามทำให้แมวของตนมีขนร่วงลดลงให้มากที่สุด ด้วยการให้ทานอาหารสำเร็จรูปสูตรที่ทำให้ขนหลุดร่วงลดลงแทน อย่างไรก็ตาม นอกจากวิธีดังกล่าวแล้ว คุณสามารถเลือกใช้วิธีอื่นได้อีกเช่นกัน ด้วยการให้แมวของคุณทานต้นกล้าอ่อนข้าวสาลีเป็นประจำ ทั้งนี้ ต้องมั่นใจได้ว่า ต้นกล้าอ่อนข้าวสาลีที่คุณนำมาให้แมวของคุณทานนั้นปลอดสารพิษ เพื่อให้ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพของแมว
 10. สังเกตปัญหาเรื่องการหายใจ
         เนื่องจากแมวเปอร์เซีย มีโพรงจมูกที่ค่อนข้างสั้น จึงทำให้มันต้องประสบปัญหาในการหายใจอยู่เสมอ และในกรณีที่เป็นหนักเข้า แมวบางตัวอาจจำเป็นต้องให้สัตวแพทย์ช่วยผ่าตัดแก้ไข เพื่อให้หายใจได้สะดวก ดังนั้นคุณจึงควรสังเกตพฤติกรรมของมันอยู่เสมอ หากแมวของคุณส่งเสียงทางจมูกบ่อย ๆ หรือมีอาการกรนดังผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
 11. ทำความสะอาดหูเป็นประจำ
         แน่นอนว่าแมวของคุณไม่สามารถทำความสะอาดหูด้วยตัวเองได้ เจ้าของอย่างคุณจึงจำเป็นต้องเป็นคนคอยจัดการดูแลให้มันอยู่เสมอ ด้วยการใช้กระดาษทิชชู่ หรือผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดให้มัน ทั้งนี้ หูของแมวนั้นเป็นส่วนที่อ่อนไหวมาก คุณจึงควรพยายามทำความสะอาดให้เบามือที่สุด และใช้เวลาให้น้อยที่สุดด้วย
 12. มองหาแมวจากร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้น
         หากคุณต้องการแมวเปอรเซียพันธุ์แท้ที่ไม่ได้มีโรคติดตัว ก็ควรเลือกมองหาในร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้น เช่น ร้านที่มีชื่อเสียง หรือร้านที่คนรู้จักของคุณแนะนำให้ นอกจากนี้ ระหว่างที่กำลังหาซื้อลูกแมว ก็ควรถามเรื่องความรู้เกี่ยวกับแมวกับเขาด้วย หากเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ และไว้ใจได้จริง ๆ เขาก็จะสามารถแนะนำแมวเปอร์เซียลักษณะดี และวิธีการดูแลที่ถูกต้องให้คุณได้แน่นอน

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก
 13. อย่าละเลยเวลาที่มันอ้อน
         แม้บางครั้งคุณจะยุ่งกับชีวิตทำงาน และครอบครัวมากจนแทบไม่มีเวลา ก็ควรแบ่งเวลาไว้ดูแลแมวของคุณด้วย เพราะมันก็ชรู้สึกน้อยใจได้เหมือนกันเวลาที่เจ้าของไม่สนใจ ดังนั้นเวลาที่มันอ้อนด้วยการคลอเคลียเอาใจ ก็ควรหันไปเล่นกับมันบ้าง เพื่อให้เขาไม่รู้สึกว่าคุณไม่ใส่ใจมันเท่าที่ควร จำไว้ว่าไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็ต้องการความรัก และการเอาใจใส่ด้วยกันทั้งนั้น

15 วิธีดูแลแมวเปอร์เซียที่คุณรัก
 14. ตัดแต่งขนให้ดูดีอยู่เสมอ
         หากต้องการให้แมวของคุณดูสวยโดดเด่นอยู่เสมอ ก็ควรหมั่นพาไปตัดขนที่ร้านเป็นประจำ เพื่อให้ช่างสามารถใช้ลูกเล่น ซอยไล่ระดับขนให้ออกมาดูเป็นประกายสวยงามได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณเบื่อกับการตัดขนแบบเดิม ๆ อาจขอให้ช่างตัดทรงอื่น ๆ ให้กับแมวของคุณด้วยทรงต่าง ๆ เช่น ทรงสิงโตที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ก็ได้
 15. ดูแลฟันให้สะอาด
         ฟันของสัตว์เลี้ยงมักเป็นสิ่งที่เจ้าของละเลยที่จะสนใจอยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การดูแลสุขภาพปากของสัตว์เลี้ยงนั้นเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว เพราะถ้าหากเกิดการติดเชื้อในช่องปากขึ้นแล้ว อาจนำมาซึ่งโรคร้ายสารพัด และทำให้แมวของคุณอายุสั้นลงได้อีกหลายปี เราจึงควรดูแลฟันของแมวที่เรารักให้สะอาดอยู่เสมอ ด้วยการใช้แปรงสีฟันขนาดเล็กแปรงให้มันเป็นประจำ
         เพียงแค่ทำตามวิธีดูแลทั้ง 15 ข้อนี้ แมวเปอร์เซียของคุณก็สามารถอยู่กับคุณได้นานหลายปีโดยมีสุขภาพที่ดีได้แล้ว เพราะฉะนั้น คนรักแมวทั้งหลายอย่าลืมนำเทคนิคการดูแลนี้ไปใช้กับเจ้าเหมียวที่บ้านกันนะจ๊ะ